วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การปรับยุทธศาสตร์เพื่อชัยชนะอย่างสมบรูณ์[ตอนที่ ๔]

แนวทางการปฏิบัติของทหารต่อวิกฤติ

           สถานการณ์เฉพาะ

           1. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้อำนาจรัฐเมื่อปี 2544  มีพฤติกรรมไม่จงรักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์  นำไปสู่แนวคิดที่ล้มล้างสถาบัพระมหากษัตริย์ หรือลดอำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้พัฒนาเป็นขบวนการล้มล้างพระมหากษัตริย์ ในเวลาต่อมา จนเป็นสาเหตุข้อหนึ่งในหลายข้อที่พันธมิตรประชาชนออกมาต้านรัฐบาลขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ใช้สื่อทุกประเภท ประกอบด้วย วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ซีดี อินเตอร์เน็ต และสิ่งพิมพ์อื่นๆเป็นเครื่องมือโดยทางลับและทางเปิดเผยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน

           2. พฤติกรรมของรัฐบาลนอมินี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
             1) การกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ โดยพยายาม ล้มล้างขนวนการยุติธรรม โดยใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือในการพยายามล้มล้างกระบวนการยุติธรรม เช่น TV NBT จัดรายการต่อต้านทำลายความน่าเชื่อขององค์กรกลาง ปปช. กกต.
             2) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรม คำสั่งพิพากษาศาล ในหลายกรณี
             3) ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
             4) การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเกื้อกูลผลประโยชน์ต่อพวกพ้องนักการเมือง และระบบทักษิณ
             5) วิกฤติสภา สภาเล่ม 3 ครั้ง สมาชิกไม่ครบองค์ประชุม สมาชิกไม่ปฏิบัติหน้าที่
             6) ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ศูนย์กลางอำนาจ (ทำเนียบรัฐบาล) โดนยึดโดย พธม. รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ มีอำนาจ แต่บริหารไม่ได้ แต่ยังไม่มีการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น

           3. สถาบันกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทัพบก นั้นมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งยวดกับการกอบกู้ชาติและค้ำจุนราชบัลลังค์ มาโดยตลอดจนแม้กระทังทุกวันนี้หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ยังมีการเขียน คำขวัญ บนแผ่นหินอ่อนว่า”เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน”


           4. กองทัพไม่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” และไม่ทำหน้าที่ปกป้องและรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปล่อยให้ พธม. ปฏิบัติหน้าที่แทนกองทัพอย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย ยืดเยื้อยาวนาน บนความขาดแคลน ด้วยความเสียสละ และอดทน

           5.ในโลกนี้ตั้งแต่โบราณ มนุษย์ถ้ำจนถึงปัจจุบัน อำนาจรัฐที่แท้จริง คือผู้ถืออาวุธ และผู้ถืออาวุธคือกองทัพ ดังนั้น กองทัพจึงเป็นผู้ถืออำนาจที่แท้จริง และเป็นปัจจัยชี้ขาดในสงครามครั้งสุดท้าย คือ

           กองทัพ + พธม.          = ชนะ รัฐบาล + อำนาจเงิน

           กองทัพธรรม + พธม. = ชนะอำนาจรัฐ + อำนาจเงิน

           6. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ชุมนุมต่อสู้ยืดเยื้อยาวนานครบหกเดือนเมื่อ 20 พ.ย. 2551 ความยืดเยื้อยาวนานทำให้ พธม. อ่อนแรง โดยเฉพาะประชาชนที่ใส่เสื้อเหลือมาร่วมเรือนหมื่นประจำทุกวันประชาชนเหล่านี้มาชุมนุมด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ชุมนุมเพื่อปกป้องพระราชา พระราชินี และสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความภาคภูมิใจการปฏิบัติตนเป็น “ทหารเสือ พระราชาและพระราชินี”

           7. การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. 551 เป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย อาจจะมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 หากรัฐบาลใช้ตำรวจออกมาปราบปรามและทหารวางเฉย

           8. หากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย พธม. เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ นั้นคือ ประชาชนใส่เสื้อเหลืองผู้เสียสละ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นผ่ายแพ้พ่ายแพ้ ในอนาคตจะไม่มีผู้ใดออกมาป้องกันสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์จะตกอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่งยวด

           2. ภารกิจกองทัพ ยุติบทบาทอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ ร่วมกับ พธม. เพื่อนำประเทศออกจากสถานการณ์วิกฤติ

           3.การปฏิบัติ
      
           ก. แนวความคิดในการปฏิบัติ กองทัพใช้พลังอำนาจผู้ถืออาวุธและอำนาจแขวง กดดันและขับไล่ ยึดอำนาจรัฐ ยุติบทบาทอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ โดย ผบ.หน่วยกำลังระดับกองทัพภาค กองพล กรม และกองพัน เป็นแกนนำในการปฏิบัติการเพื่อนำประเทศออกจากสถานการณ์วิกฤติโดยเร็ว

           ข.หนทางปฏิบัติที่ 1 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.ทบ, ผบ.ทร , ผบ.ทอ.) จะต้องตัดสินใจยุติบทบาทอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ โดย

             1) การเจรจาบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีลาออก
             2) แถลงการณ์ไม่สนับสนุนรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
             3) ประกาศกฎอัยการศึก เพื่อให้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อแก้วิกฤติ ของชาติ
             4) ใช้หน่วยระดับกองพล กรม กองพัน รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ

           ค. หนทางปฎิบัติที่ 2  แม่ทัพภาค , ผบ.พล.

             1) ประกาศจุดยืนเป็นทหารของพระราชา และพระราชาชินี มีภารกิจป้องกันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ประชาชน
             2) เสนอแนต่อ ผบทบให้ตัดสินใจให้แก้ปัญหาวิกฤติ ของชาติด้วยพลังอำนาจของกองทัพโดยด่วน
             3) แถลงการณ์และประกาศจุดยืนของทหารผ่านสื่อมวลชนทุกประเภทอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะโทรทัศน์ของรัฐบาล
             4) ประกาศกฎอัยการศึกเฉพาะพื้นที่เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางกฎหมาย
             5) ควบคุม บังคับบัญชาหน่วย ระดับกรม และกองพัน ปฏิบัติตามแผนรักษาความสงบแห่งชาติ

           ง. หนทางปฏิบัติที่ 3 ผบ.กรม , ผบ.พัน

             1) ประกาศจุดยืนเป็นทหารของพระราชา และพระราชินี มีภารกิจป้องกันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ประชาชน
             2) เสนอแนะต่อแม่ทัพภาค ผบพลให้ตัดสินใจ ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยใช้พลังอำนาจกองทัพโดยด่วน
             3)  แถลงการณ์และประกาศจุดยืนของทหารผ่านสื่อทุกประเภทอย่างเป็นทางการ   โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ของรัฐบาล
             4) ประกาศกฎอัยการศึกเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้ได้มา อำนาจของทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้บังคับหน่วยระดับกองพันก็สามารถประกาศกฎอัยการศึกได้
             5) ยึด ควบคุมสถานสำคัญ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ของชาติ
             6) ควบคุมตัวนายกรัฐมนตรี รมต. สส. สว. และบุคคลสำคัญตามความเหมาะสม

           4. การประสานการปฏิบัติ
             1) ดำเนินการ “แผนปฏิบัติการAction Plan”
             2) ดำเนินการ “แนวทางการออกจากวิกฤติการเมืองและการปฎิรูปการเมือง”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น