วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การปรับยุทธศาสตร์เพื่อชัยชนะอย่างสมบูรณ์[ตอนที่ ๘]

ปัญหา แนวทางนำประเทศออกจากวิกฤติการเมืองและการปฏิรูปการเมือง

          ข้อเท็จจริง


          1.ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ประเทศไทยปกครองโดยพระมหากษัตริย์ร่วมกับประชาชาชนช่วยกันปกครองประเทศคือ การปกครองแบบราชประชาสมาสัย ตามคติโบราณ

          2.ก่อนปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยปกครองแบบสมบูรญาสิทธิราช อำนาจอธิปไตย เป็นของพระมหากษัตริย์ เมื่อ พ.ศ. 2475 ทรงมอบอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชนชาวไทยผ่านคณะราษฎร์ 


          3.ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2475 จนปัจจุปัน ประเทศไทยเกิดวิกฤติการทางการเมืองหลายครั้ง ล้วนเป็น การเกิดวิกฤติจากรัฐธรรมนูญทุกครั้ง ตามด้วยการยึดอำนาจ การปฎิวัติ รัฐประหาร การพัฒนาทางการเมืองจึงไม่ต่อเนื่อง ไม่มีทิศทางและไม่มั่นคง 

          4.มีขบวนการทำลายสถาบัน พระมหากษัตริย์ ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลพรรคพลังประชาชนและมีการเคลื่อนไหว อย่างปิดลับ และอย่างเปิดเผย เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่ง 

          5..อำนาจรัฐที่แท้จริงอยู่ที่ผู้ถืออาวุธ กองทัพคือผู้ถืออาวุธและกองทัพมีพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นจอมทัพ

          6. ในสถานการณ์ปัจจุปัน เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะระหว่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับ ระบบทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)  ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในอนาคต

          ข้อพิจารณา

          1. อำนาจอธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการซึ่งเป็น อำนาจรัฎฐาธิปัตย์ ของพระมหากษัตริย์  พระมหากษัตริย์ทรงมอบให้ราษฎร เมื่อปี 2475 ผ่านคณะราษฎรโดยถูกบีบบังคับ  คณะราษฎร จึงยังมีความหวาดกลัวต่ออำนาจเดิม ยังมีความสงสัยในชะตาของตนเอง จึงมีการหวงและสงวนอำนาจไว้เพื่อความปลอดภัยของตนเองไม่ได้ใช้ หลักการปกครองโดยธรรม  ตามคติการปกครองแบบราชประชาสมาสัยคือพระมหากษัตริย์และราษฎรร่วมกันปกครองประเทศเป็นหลัก อันได้แก่ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีซึ่งเป็นการปกครองโดยธรรม เช่น ทศพิศราชธรรม นิติธรรม ศาสนธรรม ซึ่งมีอยู่ในสถาบันพระมหากษัตริย์และ สถาบันศาสนา ล้วนเป็นสถาบันที่ค้ำจุนบ้านเมืองมาตั้งแต่โบราณจึงทำให้เกิด ปัญหาการปกครองบ้านเมืองตลอดมาตั้งแต่ ปี 2475-ปัจจุปัน

          2.การเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองจากพระมหากษัตริย์มาสู่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคล หรือหลายบุคคล กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวเป็นแบบมีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศโดยเลียนแบบหลักการของรัฐธรรมนูญที่เป็นสาธารณรัฐหรือมหาชนรัฐแบบฝรั่งเศสและแบบตุรกี และต่อมาได้เลียนแบบ หลักการรัฐธรรมนูญของ สวิตเตอร์แลนด์และอียิปต์ ซึ่งไม่ใช่รัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณีแบบของอังกฤษหรือรัฐธรรมนูญของเดนมาร์ก ฯลฯ ซึ่งเป็นราชอาณาจักร บ้านเมืองของเราจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง สับสนวุ่นวาย ขาดความร่มเย็น เป็นสุข เกิดปัญหาต่างๆ ตามกันมามากมาย ทำให้ประเทศเกิด ปัญหารัฐธรรมนูญหรือวิกฤตรัฐธรรมนูญ ตลอดมา

          3. อำนาจรัฎฐาธิปัตย์หรือ อำนาจอธิปไตย ยังคงเป็นของพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระองค์อาจทรงเรียกคืนหรือ ราษฎรถวายคืน ก็ได้ ซึ่งมีการปฏิบัติกันหลายประเทศในยุโรป เพื่อแก้วิกฤติชาติและเพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ

          4.การปกครองแบบประชาธิปไตย ตามคติราชประชาสมาสัย จึงเหมาะสมและสอดคล้องกับสังคม จารีตประเพณีของไทย

          5. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้อำนาจรัฐเมื่อปี 2544 มีพฤติกรรมไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  นำไปสู่แนวความคิดที่จะล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือลดอำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้พัฒนาเป็นขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์  ในเวลาต่อมาจนเป็นสาเหตุข้อหนึ่งในหลายข้อที่พันธมิตรประชาชออกมาต่อต้านรัฐบาล ขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ใช้สื่อทุกประเภท ประกอบด้วย วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ซีดี อินเตอร์เน็ต และสิ่งพิมพ์อื่นๆ เป็นเครื่องมือโดยทางลับและทางเปิดเผย ได้ดำเนินการมาตั่งแต่ 2547 ปัจจุปัน

          6. ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับระบอบทักษิณ ( รัฐบาลนอมินี+พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร )นั้นคือ  พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อสู้กับ อำนาจรัฐ+ อำนาจเงิน ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย่อมสู้ไม่ได้ คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แพ้อำนาจรัฐ + อำนาจเงิน

          7. ในโลกนี้ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุปันอำนาจรัฐที่แท้จริง คือ ผู้ถืออาวุธ และผู้ถืออาวุธคือ กองทัพ ดังนั้น กองทัพจึงเป็นผู้ถืออำนาจรัฐที่แท้จริง จึงเกิดสมการต่อสู้ ดังนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย + กองทัพ ชนะ อำนาจรัฐ + อำนาจเงิน

          ดังนั้นหากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องการเป็นฝ่ายชนะ จะต้องทำให้กองทัพเข้ามาสนับสนุน เป็นฝ่ายเดียวกันให้ได้ หากทำไม่ได้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

          8.เคล็ดลับอยู่ที่จะทำอย่างไรให้กองทัพมาร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เพื่อทำให้ สมการการต่อสู้ สมบูรณ์ คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย + กองทัพ ชนะ รัฐบาล + พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะ  อำนาจรัฐ + อำนาจเงิน

          9.ในสถานการณ์ปัจจุปัน ถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤติของชาติ คือ กองทัพมีภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ จะต้องใช้มาตรการที่จำเป็นเป็นในอันที่จะปกปักษ์รักษาประชาธิปไตยและสถาบันกษัตริย์ไม่ให้ถูกยำยีเหยียบย่ำทำลาย โดยอำนาจอันฉ้อฉลของนักการเมืองและกลุ่มอันธพาลที่ได้รับการว่าจ้างมา

          10.กองทัพจะต้องตระหนักว่า หลังจาก 7 ปีที่ผ่านมาของนโยบายประชานิยม และการคอรั่บชั่นโกงบ้านกินเมืองที่เป็นพิษ ของระบบทักษิณสังคมไทยในปัจจุปันได้กลายเป็นสังคมที่ไร้เหตุผลก้าวร้าว วุ่นวายและอลหม่าน มุ่งใช้ความรุนแรง สังคมไทยไม่ควรต้องทนทุกข์กับความฉ้อฉลชั่วร้ายของนักการเมืองเหล่านี้ต่อไปกองทัพต้องทบทวนอย่างจริงจังว่าขณะนี้  ชาติ  ศาสน์ กษัตริย์และรัฐธรรมนูญ กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย

          11.กองทัพจะต้องตระหนักว่า มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ทหารจะต้องร่วมมือกับพลังประชาธิปไตยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกัน คือป้องกันและรักษา ชาติ  ศาสน์ กษัตริย์และประชาธิปไตย

          12.จำเป็นอย่างยิ่งที่ กองทัพจะต้องหันมาใช้วิธีทางการเมืองที่จะส่งสัญญาณและสร้างความกดดันต่อรัฐบาล ถ้าจำเป็นและเป็นทางเลือกสุดท้าย กองทัพจะต้องแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความห่วงใยที่กองทัพมีต่อประเทศชาติ ตลอดจนความตั้งใจจริงในอันที่จะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อจะกอบกู้อธิปไตยและความสงบสุขของบ้านเมือง อาณาประชาราษฏร์ให้กลับสู่ภาวะปกติ

          13.กองทัพจะต้องอยู่ข้างประชาชนและเป็นกองทัพของพระราชาและพระราชินี

          ข้อเสนอแนะ

          1.เห็นควรมอบให้คนที่ทำคุณงามความดีในบ้านเมือง ไม่ทะเยอทะยาน ไม่แสวงหาตำแหน่งหรืออำนาจ ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ทหาร ข้าราชการหรือประชาชน รวมตัวกันขึ้นเป็น คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐธรรมนูญ 2550 ไว้โดยการงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่เป็นอุปสรรคพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยเพื่อไม่ให้ ตกเป็นเหยื่อของพรรคการเมืองนอกกฎหมาย

          2.ทหารไม่จำเป็นและไม่ควร ปฎิวัติ รัฐประหาร  แต่ต้องแสดงพลังแฝง ( Implied force) ล้มล้างรัฐบาลนอกกฎหมาย พรรคพลังประชาชน โดยร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและศาล สามารถดำเนินการได้ทันทีหาก ผบ.ทบ. วางเฉย เป็นใจ ไม่ขัดขวาง แม่ทัพ ผบ.พล. ซึ่งเต็มใจที่จะแสดงจุดยืนกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอันที่จะปกป้องประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์  โดยทำให้เกิด สุญญากาศทางการเมือง และมอบให้ คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย เข้าสวมอำนาจชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรขาดความชอบธรรมที่จะอยู่ในตำแหน่งหรือกระทำการเปลี่ยนแปลงใดๆตามรัฐธรรมนูญได้

          3.คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ขอพระราชทานงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เช่นหมวดที่ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎร หรือถวายอำนาจคืนเป็นต้น

          4.สำหรับวุฒิสภา ปัจจุปันสามารถอยู่ได้ต่อไปตามวาระ เพื่อทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภารวมกัน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย

          5.เพื่อประโยชน์ในทางสังคมจิตวิทยาและการบริหาร สมควรขอโปรดเกล้าให้จัดตั้ง สภาหรือคณะที่ปรึกษาแผ่นดิน ขึ้นประกอบด้วย  อดีตนายกรัฐมนตรี 3 นาย อดีตประธานศาลฎีกา 3 นาย อดีตประธานรัฐสภา 3 นาย อดีตผู้บัญชาการทหาร 3 นาย เป็นอย่างน้อย เพื่อให้คำแนะนำ ปรึกษา ท้วงติง คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย

          6.คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย สภาหรือคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ประธานวุฒิสภาจะร่วมกัน ทำหน้าที่สรรหานายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเป็นประชาธิปไตย โดยขบวนการที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ประธานวุฒิสภานำชื่อขึ้นโปรดเกล้า ฯ

          7.ในขณะยังไม่มีคณะรัฐมนตรีให้ คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย ปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรีและให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงที่ตนสังกัด

          8.คณะกรรมการพื้นฟูระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย แต่งตั้งกรรมการอำนวยการเฉพาะกิจขึ้นตามความจำเป็นของสถานการณ์และความเร่งด่วนของปัญหา เช่น
คณะกรรมการอำนวยการความมั่นคง  คณะกรรมการอำนวยการเศรษฐกิจ การคลังและการเงิน  คณะกรรมการอำนวยการวัฒนธรรม การศึกษา  การสาธรณสุข และสวัสดิการ    คณะกรรมการอำนวยการการเมืองภาคประชาชนและการประชาสัมพันธ์

          9.ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือ วิวัฒนาการทางความคิดใหม่ ( new paradigm)ที่ผ่านการตรวจสอบแนวคิด ( concept ) ข้อมูล หลักการทางกฎหมาย และการปรึกษาหารือระหว่างนักวิชาการ ตุลาการ และทหารระดับผู้บัญชาการและผู้คุมกำลังส่วนหนึ่ง เห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการที่จะนำประเทศออกจากวิกฤต และตั้งต้นการปฎิรูปไปสู่ระบอบราชประชาสมาสัยหรือประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ที่แท้จริงได้

          10.ปัจจัยของความสำเร็จ คือ

             10.1 .ผู้บัญชาการทหารบกจะต้อง ไม่ขัดขวาง และต้องให้การสนับสนุนแนวความคิดนี้อย่างแข็งขัน โดยผู้บัญชาการทหารบกต้องไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลนักการเมือง ต้องเห็นความสำคัญของการพัฒนาประเทศ การพัฒนาประชาธิปไตยและความเป็นอยู่รอดของสถาบันกษัตริย์อย่างแท้จริง รักษาและเปิดโอกาสให้การเมืองภาคประชาชน ซึ่งจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นำไปสู่การปกครองแบบราชประชาสมาสัยโดยแท้จริง และเพื่อให้เป็นตามสมการการต่อสู้เพื่อเอาชนะ คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย + กองทัพ ชนะ  อำนาจรัฐ + อำนาจเงิน

             10.2. มีกฤษฎาภินิหาร อันบดบังมิได้เกิดขึ้น

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 กรกฎาคม 2554 เวลา 09:58

    1.ดิฉันเห็นด้วยกับความคิดในการจัดตั้ง สภาหรือคณะที่ปรึกษาแผ่นดิน แต่มองทางออกไม่ได้ว่าจะทำได้อย่างไร? เราไม่สามารถทำให้เกิดสูญญากาศการเมือง(น้ำเน่า)ได้ กกต.เพิกเฉยต่อเสียงมวลชนที่ขอให้ยุบพรรคที่ผิดพรบ.เลือกตั้ง เราหวังว่าคะแนนVote Noจะมากพอแต่ก็ได้เพีงประมาณ 1ล้านเสียง
    2.สำหรับข้อ10 ปัจจับของความสำเร็จ จ้อ10.1 ยากค่ะ แต่เราไม่ท้อ ต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ ดิฉันเชื่อว่าแผ่นดินไทยนี้ศักดิ์สิทธิ์ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริน์ต้องคงอยู่ ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจสู้ค่ะ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ10 กรกฎาคม 2556 เวลา 17:05

    เห็นด้วยคะ แต่เราจะหาบุคคลเหล่านั้นจากไหน หลายมิติเหลือเกินและยังมีทุนทรัพย์ที่ต้องใช้ ในการดำเนินงาน การประชาสัมพันธ์ กระบวนการต่างๆ อีกมากมาย การระดมสรรพกำลังในทุกเรือง ต้องประณีตและรวดเร็วอีกด้วย

    ตอบลบ