วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
กุหลาบคุณธรรม
“กุหลาบคุณธรรม” เป็นการรวมตัวของผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ในอันที่จะดูแลปกป้อง “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ประชาชน” อย่างแท้จริง
กุหลาบ เป็นสัญลักษณ์ของ “ความรัก ความห่วงใย”
คุณธรรม เป็นวิถีปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสงบสุขแบบยั่งยืน
กุหลาบคุณธรรม จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการนำ “จิตสำนึกอันดีงาม” มาหยิบยื่นให้ด้วยของความรักและความห่วงใย
สมาชิก ของกลุ่มกุหลาบคุณธรรม จึงเกิดขึ้นจากทุกท่านทุกหมู่เหล่าที่รักและห่วงใยชาติบ้านเมือง และต้องการที่จะร่วมมือผนึกกำลังกัน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของชาติ โดยใช้ “จิตสำนึกอันดีงาม” เป็นหลักยึด
มาเถิด ยังเติร์ก ปลดแอกเสียแต่คืนนี้ เวลายังเป็นของเรา
“Young Hearts be free tonight, time is on you side
หัวใจหนุ่ม คืนนี้คงเป็นอิสระเถิด เวลาอยู่ข้างท่าน
We got just one shot at life lets take it while we’re still not afraid
เรามีเพียงชีวิตเดียว จงใช้ชีวิตนั้นยาม เมื่อเรายังไม่พรั่นพรึง
Because life is so brief and time is a thief when you’re undiceded
ชีวิตนั้นมันแสนสั้น หากเรามัวแต่พากันลังเล เวลามันจะเป็นเจ้าหัวขโมย
And like a fistful of sand it can slip right through your hands.
เหมือนทรายที่อยู่ในกำมือ มันอาจลอดช่องนิ้วหายไปหมด
Young hearts be free tonight time is on your side.
หัวใจหนุ่ม คืนนี้คงเป็นอิสระเถิด เวลาอยู่ข้างท่าน
Don’t let them put you down don’t let ‘em push you around
อย่าปล่อยให้เขาสยบคุณ อย่าปล่อยให้เขาปั่นคุณไปมา
Don’t let ‘em ever change your point of view.
อย่าปล่อยให้เขาเปลี่ยนใจคุณได้เลย
Come on Billy มาเถิดน้องพี่
Young hearts be free tonight time is on your side
ยังเติร์ก คืนนี้จะต้องเสรี เวลาที่มีล้วนเข้าข้างเรา
Young hearts be free tonight time is on your side
ยังเติร์ก คืนนี้จะต้องเสรี เวลาที่มีล้วนเข้าข้างเรา
(ซ้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ซ้ำ)
Tonight tonight yeah time is on your side.
คืนนี้นะ คืนนี้นะ เพราะเวลาเข้าข้างเรา”
บางส่วนของเพลง Young Turks แต่งและร้องโดย Rod Stewart 1 ใน 100 เพลงดังของโลก Rod Stewart นักร้องดัง เกิดอังกฤษ 1945 ย้ายไปอเมริกาปี 1975 ชอบมาเมืองไทย เพลง Young turks ดังร่วมสมัย 14 ตุลา และกลับมาดังอีกปี 2007 – 2009 ยุคหนุ่มสาวอเมริกันให้ “รักกันหนา-พากันหนี” ทั้ง ๆ ที่มีเงินในประเป๋าบาทเดียว ในเนื้องเพลงมีแต่คำว่า Young Hearts ไม่มีคำว่า Young Turks เลยเหตุไฉนอัลบั้มเพลงจึงมีชื่อว่า Young Turks เล่ากันว่า Rod Stewart มานอนอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานีในช่วงกบฏยังเติร์ก “เมษาฮาวาย” พอดี
Rod มีความฝังใจและชื่นชมบทบาทของนักศึกษาไทยในยุค 14 ตุลา เป็นทุนอยู่แล้ว จึงเชียร์ยังเติร์ก จปร.7 สุด ๆ เวลาร้องสดบางครั้งจึงเปลี่ยน Young Hearts เป็น Young Turks และเปลี่ยนชื่ออัลบั้มเป็นยังเติร์กเสียเลย เพื่อสดุดียังเติร์กไทย ยังเติร์กไทยมีจริงหรือ เขาเป็นใคร อยู่ที่ไหนเราควรเข้าใจที่มาของคำว่า Young Turks เสียก่อน
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหล ลุ่มหลง
เวลา 79 ปี เป็นเวลาที่นานโขอยู่ ที่เราตกอยู่ภายใต้การบริหารแผ่นดินที่ไม่สอดคล้องต้องตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีการปกครองของไทยที่มีมาแต่โบราณ เราไปเอาแบบแผนการปกครองของตะวันตกมาใช้ด้วยความเข้าใจเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทั้งในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติ ในบางกรณีเราไปคัดลอกวิธีการหรือข้อบังคับของประเทศที่เป็นสาธารณรัฐมาใช้ด้วยซ้ำไป ไม่มีใครได้รำลึกถึงพระราชดำรัสในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ที่ปรากฏในพระบรมราชาธิบาย การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจตุสดมภ์ไปเป็นสิบสองกระทรวง ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า
“อนึ่ง พระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยามนี้ไม่ได้มีปรากฏในกฎหมายอันหนึ่งอันใด ด้วยถือว่าเป็นที่ล้นที่พ้น ไม่มีข้อใดสิ่งอันใดจะเป็นผู้บังคับขัดขวางได้ แต่เมื่อว่าตามความเป็นจริงแล้ว พระเจ้าแผ่นดินจะทรงประพฤติการอันใดก็ต้องเป็นไปตามทางที่สมควรและที่เป็นยุติธรรม เพราะเหตุฉะนั้นข้าพเจ้าไม่มีความรังเกียจอันใด ซึ่งจะมีกฎหมายกำหนดพระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดิน (รัฐธรรมนูญ) เช่น ประเทศทั้งปวงมีกำหนดต่าง ๆ กันนั้น เมื่อจะทำกฎหมายสำหรับแผ่นดินให้เป็นหลักฐานทั่วถึง ก็ควรจะว่าด้วยพระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดินให้เป็นหลักฐานไว้
วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554
กองทัพกับประชาธิปไตย (ภาค 3) : ตอนที่ 1
ภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น
การชนะสงครามโดยได้ชัยชนะทางทหารอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้ การเอาชนะทางความคิดเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดด้วย ถือเป็นชัยชนะที่แท้จริง
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น เราจึงเห็นได้ว่า การรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ไม่ได้บรรลุผลซึ่งชัยชนะที่แท้จริง จึงเป็นผลต่อสภาพการณ์อึมครึมที่เกิดขึ้นและเป็นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความแตกแยกทางความคิดในสังคมถ่างกว้างขึ้น นับวันโอกาสและหนทางที่จะนำไปสู่การประนีประนอม แก้ไขและยุติข้อขัดแย้งโดยสันติวิธีน้อยลงทุกวัน รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้ทักษิณเพียงสะดุดไปชั่วคราว แต่ไม่ได้เข้าไปจัดการกับโครงสร้าง กลไก และเครื่องมือต่าง ๆ ของรัฐ ที่ระบอบทักษิณได้ใช้มอมเมาปลูกความเท็จให้กับประชาชน
1) พลังที่สามกับการกำจัดดุลยภาพที่เป็นมหันตภัย
อันโตนีโอ กรัมชี่ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งในสมุดบันทึกจากคุกว่า เมื่อใดที่เกิดสภาพการณ์
ที่พลังจากฝ่ายต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอยู่ในสภาพที่ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างชัดเจน แต่เป็นการถ่วงดุลระหว่างกัน ในลักษณะที่หากความขัดแย้งยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง มีหนทางเดียวที่ความขัดแย้งจะยุติลงได้ ก็คือ การทำลายล้างผลาญระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกัน (reciprocal destruction) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเมื่อพลังก้าวหน้า ไม่สามารถเอาชนะพลังล้าหลัง หรือพลังล้าหลังไม่สามารถเอาชนะพลังก้าวหน้าเป็นผลให้ทั้งสองพลังที่ต่อสู้ขัดแย้งกันต่างมุ่งทำลายซึ่งกันและกัน อย่างไม่หยุดยั้ง สังคมการเมืองจะได้รับการช่วยให้หลุดพ้นจากความหายนะดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อมีการเข้ามาแทรกแซงจากพลังที่สาม หรือปัจจัยที่สาม หรืออำนาจฝ่าวิกฤติเพื่อสยบพลังที่ขัดแย้งกัน
กองทัพกับประชาธิปไตย (ภาค3) : ตอนที่ 2
การตามครรลองของระบอบเผด็จการดั้งเดิม สมัยสาธารณรัฐโรมัน (เฉพาะกิจ ชั่วคราว และขอบเขตจำกัด) แต่ประสพผลสำเร็จเพียงครึ่งเดียว เพราะฝ่ายกระทำรัฐประหารไม่รู้จักใช้อำนาจเผด็จการ (ที่มีค่าทางบวก) รวมทั้งไม่เห็นถถึงความแตกต่างระหว่างชัยชนะทางการทหาร กับชัยชนะทางการเมือง จึงประสพกับความล้มเหลวในการเอาชนะทางความคิด อิทธิพลของกรอบความคิดประชาธิปไตยแบบประชานิยม จึงยังฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยตราบจนทุกวันนี้ นั่นก็คือ รัฐบาลและนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง คือ รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย และนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง คือ นักประชาธิปไตย โดยหารู้ไม่ว่า เรื่องของการเลือกตั้ง เป็นเพียงส่วนประกอบด้านหนึ่งของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งการเลือกตั้งไม่ใช่เป็นคำจำกัดความสมบูรณ์ของคำว่า ประชาธิปไตย ตลอดจนการเลือกตั้งไม่ใช่เป็นสิ่งพิสูจน์ความเป็นประชาธิปไตยของรัฐบาล หรือความเป็นนักประชาธิปไตยของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งการเลือกตั้งไม่ใช่เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า ทั้งรัฐบาลและนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจะมีความเลื่อมใสในระบอบการเมือง การปกครองแบบประชาธิปไตย ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ กล่าวคือ การเลือกตั้งเป็นเพียงรูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหาที่แท้จริงของประชาธิปไตย มันเป็นเพียงเปลือกภายนอกของสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย
กองทัพกับประชาธิปไตย (ภาค3) : ตอนที่ 3
การรัฐประหารทั้ง 4 ครั้งในตุรกี เป็นรัฐประหารที่มีสาเหตุและเหตุผลจากบริบทและเงื่อนไขเฉพาะที่เกิดขึ้นในตุรกีเป็นสำคัญ และการรัฐประหารทั้ง 4 ครั้ง มีขึ้นในช่วงที่การเมืองตุรกีเปลี่ยนจากการเมืองแบบพรรคเดียว มาเป็นแบบที่มีหลายพรรค โดยสามารถแยกการรัฐประหารในตุรกีออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
ก) ประเภทที่กองทัพสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ประเทศ โดยเข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ โดยตรง(แต่ไม่ประสงค์จะอยู่ในอำนาจตลอดไป) และเหตุผลของการยึดอำนาจชั่วคราวนั้น คือ เพื่อกำจัดปัญหาและความวุ่นวายที่ฝ่ายนักการเมืองได้ก่อไว้ โดยคืนอำนาจให้กับฝ่ายการเมือง หลังจากที่ได้สร้างสภาพการณ์ที่จะเป็นการช่วยป้องกันมิให้กองทัพต้องเข้ามาแทรกแซงอีก การรัฐประหารปี พ.ศ.2503 และ พ.ศ.2523 ถือได้ว่าอยู่ในขอบข่ายประเภทกองทัพสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ โดยกองทัพได้คืนอำนาจให้กับฝ่ายการเมือง (นักการเมืองพลเรือน) ในปี พ.ศ.2504 (สำหรับการรัฐประหาร พ.ศ.2503) และในปี พ.ศ.2526 (สำหรับการรัฐประหาร พ.ศ.2523) การรัฐประหาร ปี พ.ศ.2503 และ พ.ศ.2523 ล้วนมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองแบบซ้ายจัด (ที่ต่อต้านการนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง) กับแบบขวาจัด (ที่ยึดศาสนาและลัทธิชาตินิยมเป็นเครื่องมือทางการเมือง) แต่ในการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว กองทัพได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่อย่างไม่มีใครปฏิเสธได้
ก) ประเภทที่กองทัพสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ประเทศ โดยเข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ โดยตรง(แต่ไม่ประสงค์จะอยู่ในอำนาจตลอดไป) และเหตุผลของการยึดอำนาจชั่วคราวนั้น คือ เพื่อกำจัดปัญหาและความวุ่นวายที่ฝ่ายนักการเมืองได้ก่อไว้ โดยคืนอำนาจให้กับฝ่ายการเมือง หลังจากที่ได้สร้างสภาพการณ์ที่จะเป็นการช่วยป้องกันมิให้กองทัพต้องเข้ามาแทรกแซงอีก การรัฐประหารปี พ.ศ.2503 และ พ.ศ.2523 ถือได้ว่าอยู่ในขอบข่ายประเภทกองทัพสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ โดยกองทัพได้คืนอำนาจให้กับฝ่ายการเมือง (นักการเมืองพลเรือน) ในปี พ.ศ.2504 (สำหรับการรัฐประหาร พ.ศ.2503) และในปี พ.ศ.2526 (สำหรับการรัฐประหาร พ.ศ.2523) การรัฐประหาร ปี พ.ศ.2503 และ พ.ศ.2523 ล้วนมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองแบบซ้ายจัด (ที่ต่อต้านการนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง) กับแบบขวาจัด (ที่ยึดศาสนาและลัทธิชาตินิยมเป็นเครื่องมือทางการเมือง) แต่ในการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว กองทัพได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่อย่างไม่มีใครปฏิเสธได้
กองทัพกับประชาธิปไตย (ภาค3) : ตอนที่ 4
สรุป
จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของกองทัพตุรกี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 (การรัฐประหารครั้งแรก) เป็นต้นมา ชี้ให้เห็นได้ว่า กองทัพตุรกีมีความตระหนักดีในบทบาทและหน้าที่ต่อการพิทักษ์รักษาสาธารณรัฐตุรกี ภายใต้การชี้นำของอุดมการณ์ที่บิดาแห่งสาธารณรัฐตุรกี Mustafa Kemal Ataturk ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกของชาติ รวมทั้งรู้ถึงคุณประโยชน์ของอำนาจเผด็จการ (ตามความหมายดั้งเดิมของอำนาจเผด็จการสมัยสาธารณรัฐโรมัน รายละเอียดปรากฎในข้อ 1 ใหญ่ ของตอนที่ 1) และไม่กลัวที่จะใช้อำนาจเผด็จการในสภาพการณ์พิเศษ (วิกฤติการณ์การเมืองร้ายแรง) เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เหมือนกับกองทัพโปรตุเกสในการปฏิวัติ ปี พ.ศ.2519 ก็ได้ใช้อำนาจเผด็จการ ในความหมายดั้งเดิม ยุคสาธารณรัฐโรมันเมื่อ 3 พันปีมาแล้ว (โปรดดูรายละเอียดในบทความของผู้เขียนเรื่องกองทัพกับประชาธิปไตยทั้งภาคหนึ่ง และภาคสอง ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รายวัน ฉบับวันที่ 9 มีนาคม 2549 และ 3 กันยายน 2549 หรือท้ายบทความนี้)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)






